Posted on

ที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย การทดลอง บำบัดน้ำเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติแก้ธรรมชาติ

ที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย การทดลอง บำบัดน้ำเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติแก้ธรรมชาติ พื้นที่กว้างใหญ่ริมชายฝั่งทะเลที่ดูประดุจห้องทดลองทางธรรมชาติ คือสถานที่ทดลองการบำบัดน้ำเสีย ด้วยวิธีธรรมชาติแก้ธรรมชาติ ภายใต้การศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแลผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ด้วยทรงตระหนักในปัญหาน้ำเน่าเสียและขยะล้นเมือง

เดือนกันยายน ปี 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาทดลองการบำบัดน้ำเสียและกำจัดขยะด้วยวิธีธรรมชาติ โดยใช้จังหวัดเพชรบุรีเป็นกรณีศึกษา การบำบัดน้ำเสียที่นี่ใช้ระบบบ่อบำบัด ด้วยหลักการตกตะกอนผสมผสานกับการบำบัดโดยอาศัยแรงลมและแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้แบคทีเรียทำลายสิ่งสกปรกในน้ำ

จนมีคุณภาพดี รวมทั้งการใช้รากของพืชและหญ้าชนิดต่างๆ ดูดซึมของเสียในน้ำ เมื่อน้ำมีคุณภาพดีขึ้น จึงปล่อยออกสู่ป่าชายเลน เป็นการช่วยฟื้นฟูป่าให้กลับความอุดมด้วยอีกทางหนึ่ง ทฤษฎีการบำบัดน้ำเสียโดยใช้ธรรมชาติแก้ธรรมชาติที่ประราชทานไว้นี้ นับเป็นต้นแบบของความสำเร็จในการแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เรียบง่าย ประหยัด มีประสิทธิภาพ และเป็นแนวทางของการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน

กรมควบคุมมลพิษ โต้กลับชี้ EM Ball แก้น้ำเน่าได้จริง

กรมควบคุมมลพิษโต้นักวิชาการ ยืนยันความสำเร็จจากการใช้อีเอ็มบอลในการบำบัดน้ำเน่าที่โรงพักฉลองกรุงเมื่อปี 2542 และเห็นผลตลอดจากการใช้อีเอ็มบำบัดน้ำเสียในหลายพื้นที่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

การใช้อีเอ็มบำบัดน้ำเสียอาจไม่ได้ผล โดยยกกรณีการเกิดสึนามิในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่ได้ผล นายสุเมธาชี้แจงว่า เหตุสึนามิ น้ำที่เน่าเสียส่วนใหญ่เป็นน้ำเค็ม การใช้อีเอ็มในการบำบัดจึงไม่ได้ผล เพราะเชื้อจุลินทรีย์อาจตายเมื่อเจอความเค็มที่รุนแรง แต่หากเติมอีเอ็มกับน้ำเค็มหลาย ๆ ครั้งก็จะเริ่มเห็นผล เพราะเชื้อจุลินทรีย์จะมีความคุ้นเคยกับความเค็มมากขึ้น และเจริญเติบโตได้ และที่ผ่านมา คพ. เคยใช้น้ำอีเอ็มทำมาแล้วที่สถานีตำรวจฉลองกรุง เขตลาดกระบัง เมื่อปี 2549 โดยสถานีตำรวจดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำเน่าเสียที่ถูกชะจากบ่อขยะของ กทม.ตั้งแต่ปี 2542 จนเน่าเสียสะสมส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนรอบข้าง และมีค่าความเค็มสูงถึง 12 ส่วนในล้านส่วน แต่อีเอ็มก็ยังสามารถบำบัดได้

นายสุเมธากล่าวว่า ในช่วงแรกของการบำบัดน้ำเสียที่สถานีตำรวจฉลองกรุง หลังเติมอีเอ็ม 15 วันแรกยังไม่ได้ผล แต่เมื่อเติมเชื้ออีเอ็มซ้ำลงไป จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำ ทั้ง ๆ ที่ครั้งแรกมีการหารือกันว่าต้องส่งน้ำเสียไปบำบัด ซึ่งต้องใช้เงินถึง 50 ล้านบาท แต่ท้ายสุดเมื่อใช้อีเอ็มกลับเสียค่าใช้จ่ายไม่ถึงล้านบาท